ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายออฟฟิศ หรือขนของไปขายที่ตลาดนัด สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอเหมือนกันก็คือคำถามว่า “จะใช้รถอะไรดี?” เพราะของที่เราต้องขนนั้นบางครั้งไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มีขนาดใหญ่ หรือในบางกรณีก็ทั้งเยอะและใหญ่ในคราวเดียว!
ข่าวดีคือ ปัจจุบันการ หารถขนของ ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะมีตัวเลือกให้เหมาะกับทุกสถานการณ์ ตั้งแต่รถเล็กไปจนถึงรถใหญ่ พร้อมทีมงานที่ช่วยยก ช่วยจัดให้ครบจบในคันเดียว
แต่จะเลือกรถยังไงให้เหมาะกับงานของคุณจริง ๆ? บทความนี้มีคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่เสียเงินเกินจำเป็น และขนของได้แบบมืออาชีพครับ!
1. ประเมินประเภทของของที่ต้องขน
ก่อนจะไปไกลถึงการโทรหารถ ควรเริ่มจากการประเมินของที่เราต้องการขนเสียก่อน เพื่อจะได้เลือกขนาดรถที่พอดี ไม่เล็กเกิน ไม่ใหญ่เกิน
- ของขนาดเล็ก แต่จำนวนมาก เช่น กล่องเอกสาร, เสื้อผ้า
- ของขนาดใหญ่ เช่น โซฟา ตู้เย็น เตียง
- ของที่แตกหักง่าย หรือมีมูลค่าสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี หรือของสะสม
การรู้ประเภทของช่วยให้คุณ หารถขนของ ที่มีพื้นที่และอุปกรณ์เหมาะสม เช่น ผ้าใบคลุม บับเบิ้ลกันกระแทก หรือทีมช่วยยก
2. เลือกรถให้ตรงกับขนาดงาน
ตัวเลือกของรถขนของในตลาดปัจจุบันมีหลากหลายมาก โดยทั่วไปสามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ตามนี้:
- รถกระบะเปิดท้าย
เหมาะกับของไม่เยอะ และไม่กลัวแดด/ฝน เช่น ขนของย้ายหอ ขนของไปขายที่ตลาด
ราคาถูก แต่ต้องแพ็กของให้ดี - รถกระบะตู้ทึบ
กันฝน กันแดดได้ดี เหมาะกับของใช้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่กำลัง หารถขนของ สำหรับย้ายบ้านหรือคอนโด - รถหกล้อ
เหมาะกับการขนของจำนวนมาก หรือของขนาดใหญ่มาก เช่น โซฟาขนาดใหญ่ โต๊ะประชุม
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องขนส่งของบ่อย ๆ
3. เช็กบริการเสริมที่มีให้
นอกจากเรื่องรถแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ “บริการเสริม” ที่มาพร้อมกับรถขนของ เพราะจะช่วยประหยัดแรงและเวลาได้มาก
- มีคนช่วยยกของหรือไม่? กี่คน?
- มีอุปกรณ์ช่วยขน เช่น รถเข็น เชือก หรือบันไดพับหรือไม่?
- มีบริการช่วยถอด-ประกอบเฟอร์นิเจอร์หรือไม่?
หลายครั้งที่ผู้คน หารถขนของ แล้วลืมถามบริการเสริม จึงต้องเหนื่อยขนของเอง หรือเสียเวลาไปหาคนช่วยในภายหลัง
4. อย่าลืมเช็กราคาและความน่าเชื่อถือ
ราคาคืออีกหนึ่งเรื่องที่ต้องพิจารณา บางเจ้าคิดเหมา บางเจ้าคิดตามระยะทางหรือเวลา ดังนั้นก่อนตกลงใช้บริการ ควรสอบถามให้ชัดเจน
- มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือไม่ เช่น ค่าลิฟต์ ค่าจอด ค่าขึ้นตึก
- มีประกันความเสียหายของสินค้าหรือไม่?
- มีรีวิวหรือคำแนะนำจากลูกค้าคนอื่นหรือเปล่า?
เพราะการ หารถขนของ ที่ดี ไม่ได้ดูแค่เรื่องราคา แต่ต้องพิจารณาจากคุณภาพของบริการด้วยครับ
หารถขนของไม่ใช่เรื่องยาก แค่เลือกให้ตรงกับความต้องการ
ไม่ว่าคุณจะย้ายบ้าน ย้ายของไปขาย หรือขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ การ หารถขนของ ที่เหมาะกับงานจะช่วยให้คุณประหยัดแรง ประหยัดเวลา และลดความเสี่ยงของความเสียหายที่ไม่จำเป็น
เพียงแค่ประเมินของให้ดี เลือกรถให้เหมาะ เช็กบริการเสริม และอย่าลืมดูรีวิวหรือคำแนะนำจากผู้ใช้จริง เท่านี้คุณก็สามารถขนของได้อย่างมืออาชีพ ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
